Pizza คำสาปมรณะ…ที่รอวันแก้ไข

วันนี้เป็นอีกวันที่มาแปลก….ดูๆหัวข้อแล้วหลายๆท่านอาจงงๆว่า Pizzaคือคำสาปอะไร แล้วทำไมต้องแก้ไข…Blog วันนี้ผู้เขียนขอตามใจตัวเองอย่างสุดพลัง😀  :D

พิซซ่า ( Pizza) เป็นอาหารอิตาเลียนและฟาสต์ฟู้ดประเภทหนึ่ง ซึ่งชาวอิตาลีเป็นผู้คิดค้น มีลักษณะเป็นแป้งแผ่นกลมแบนราดด้วยซอสมะเขือเทศ แล้วทำให้สุกโดยการอบในเตาอบ ครั้นปีค.ศ. 1960 เกิดสงครามเวียดนามทหารอเมริกันเข้ามาตั้งฐานทัพในเมืองไทย ได้นำเอาวัฒนธรรมการกินพิซซ่าเข้ามาด้วยแต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก สมัยนั้นต้องไปกินกันตามโรงแรม และห้องอาหารอิตาเลียนเท่านั้น แต่เมื่อประมาณ พ.ศ. 2513 ร้านพิซซ่าฮัท มาเปิดสาขาแรก เด็กไทย คนรุ่นใหม่ก็แห่กินกันทั้งบ้านทั้งเมือง ทุกวันนี้การกินพิซซ่าไม่ได้ยากลำบากอีกแล้ว เพียงโทรศัพท์กริ๊งเดียวภายใน 15 นาทีก็มาส่งถึงบ้านแล้ว…

สำหรับผู้ที่คลั่งไคล้พิซซ่าอย่างสุดพลัง เหมือนผู้เขียนคงทราบดีว่า พิซซ่า แทบจะเป็นปัจจัยที่หก ของชีวิต😀 ในส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า พิซซ่าเป็นอาหารที่มีคำสาป ผู้ใดที่รับประทานเข้าไป อาจต้องคำสาปมรณะให้ลุ่มหลงในมนตราไปตราบนานเท่านาน  ผู้เขีบยนเองมองว่า พิซซ่าเป็นมากกว่าอาหาร เพราะมันพัฒนาไปกว่านั้น โดยพิซซ่าในปัจจุบันได้ใส่สุนทรียศาสตร์ทางอาหารขั้นสูงลงไป(เว่อร์ไปไหม )  ในอดีตพิซซ่าอาจมีเพียงไม่กี่หน้า แต่ทุกวันนี้เองมีหน้าพิซซ่า มากมายจนผู้เขียนเองก็จำได้ไม่หมด…ไม่ต้องถามนะครับว่าผมชอบหน้าไหน.. เพราะผมชอบทุกหน้า (หุ่นถึงได้เป็นแบบนี้ ฮ่าๆ)

สำหรับผู้ที่ลุ่มหลง หลงไหล ในมายาลวงที่ปั้นแต่ง เสริมใส่ โรยลงไปบนหน้าพิซซ่า รับรองว่าคุณได้เป็นหนึ่งในเหยื่อมรณะนั้นแล้ว….ผลงานการวิจัยด้านสุขภาพหลายสถาบันก็มีงานวิจัยออกมารองรับมากมายว่าพิซซ่าเป้นหนึ่งในอาหารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ในแง่ปริมาณแป้ง ไขมัน ชีส ..เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นนาฬิกาตั้งเวลาด้านสุขภาพที่บ่อนทำลายสุขภาพเราอย่างเลี่ยงไม่ได้

สำหรับผู้ที่หลงไหลอาหารสไตล์นี้(โดยเฉพาะผู้เขียน) ควรต้องหันมาตระหนักมากขึ้นในด้านการทานพิซซ่า อย่าหน้ามืด(หุหุ) ทุกครั้งที่เห็นโฆษณาออกทางทีวีประกาศโปรโมชั่นทำลายสติ เช่น ซื้อ 1 ถาด แถมอีก1 ถาด เพราะคนที่ได้คือเจ้าของผลิตภัณฑ์ ส่วนผู้บริโภคอย่างเราก็แค่ได้ทาน แต่สิ่งที่ตามมาอาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพที่ตามเช็ดล้างไม่ไหว ….

ในแง่ของแบรนด์แล้ว…แบรนด์สินค้าพิซซ่า ซึ่งจัดอยู่ในหมวดผลิตภัณฑ์อาหารที่บ่อนทำลายสุขภาพที่ดี ก็ควรมีวิธีทางการตลาดเพื่อสังคมมากกว่านี้…ไม่ใช่เร่งแต่จัดโปรโมชั่นทำลายสุขภาพของคนในสังคม(โดยเฉพาะผู้เขียน ฮ่าๆ) ….ถึงวันหนึ่งผลิตภัณฑ์อาหารฟาสฟู้ด หรือ อาหารขยะอื่นๆ ก็ควรมีธรรมาภิบาล ในอาชีพ รับผิดชอบต่อสังคมให้มากขึ้น…

สำคัญกว่านั้นคือ ผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็ควรตามเท่าทันสื่อ ไม่ตกเป็นเหยื่อของโปรโมชั่น…และกินแต่พอดี นานๆกินที ไม่ใช่กินถี่…เดี๋ยวจะเสียใจ นั่งอ้วนตุ๊บ…แล้วจะมาโทษใครไม่ได้นะครับ ..  :D😀😀

 

วิศรุต นุชพงษ์