เป้าหมายมีไว้พุ่งชน กระทิงแดง…..ความผลุผลันบนความเพลิน

ณ วินาทีนี้กระแสข่าวทายาทตระกูลดัง มีข่าวด้านลบมีออกมาให้เห็นอยู่เนืองๆ กับล่าสุดตระกูลบิ๊ก เจ้าของแบรนด์ไทยที่ดังไกลระดับโลกอย่าง Red Bull ซึ่งหลานของผู้ก่อตั้งผู้ล่วงลับ เฉลียว อยู่วิทยา ลูกของฉลอง ซึ่งมีข่าวขับรถชนตำรวจเสียชีวิต แทนทีข่าวนี้จะจบลงแบบคดีอุบัติเหตุทั่วไป แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่..เพราะคดีนี้มีความเฉไฉเชิงจริยธรรม บนความผลุผลันบนความเพลิน… ด้วยถือเป็นตระกูลดัง มีแบ็คใหญ่ ใช้เส้นสายช่วยคดี ผลสุดท้ายหงานเงิบ เพราะเจอ ผบช.น. ตัวจริงเสียงจริง ลั่นขาดสู้สุดใจ…ทำเอาคดีนี้ลุกเป็นไฟ ฉุดกระแสสังคมให้สนใจข่าวนี้ได้ชั่วคราว

สำหรับข่าวนี้ต้องวิเคราะห์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และก็ยังคงคอนเซปต์เดิมของ Passillusion คือการไม่ลงเนื้อหาโดยละเอียดของข่าวเพราะหาอ่านได้ทั่วไป แต่เราจะมาวิเคราห์คุณค่าใน สามด้าน ตามคอนเซปต์ นั่นคือ ด้านแบรนด์ ด้านสังคม และจบลงด้วยธรรมะ

ด้านแรก Passillusion คงต้องให้เกียรติผู้ล่วงลับ คุณเฉลียว อยู่วิทยา คนไทยที่ทำให้แบรนด์ไทยดังไกลไปทั่วโลก บุคคลสำคัญต่อวงการอุตสาหกรรมไทย กับข่าวที่เกิดขึ้น อาจมีผลต่อแบรนด์บ้างโดยเฉพาะในแง่ภาพลักษณ์ของแบรนด์ ที่คงคอนเซปต์ว่า ลูกผู้ชายตัวจริง  และ เป้าหมายมีไว้พุ่งชน ซึ่งหลังจากเกิดกรณีนี้ในสังคมออนไลน์ก็มีการล้อเลียนเชิงต่อว่ากับคอนเซปต์แบรนด์นี้เป็นยกใหญ่ โดยเฉพาะคำว่า เป้าหมายมีไว้พุ่งชน(แล้วหนี)  ซึ่งตัวผู้เขียนมองว่าผลกระทบเช่นนี้จะเกิดขึ้นในระยะสั้น เพราะไม่ใช่ความผิดที่เกิดขึ้นจากแบรนด์โดยตรง หากแต่เป็นเกิดจากองค์ประกอบเล็ก(ที่สำคัญ)  ในระยะยาวผู้เขียนเชื่อว่า Red Bull คงเดินหน้าต่อไปได้อย่างสบาย

ด้านที่สอง ด้านสังคม  ด้านนี้ต้องยอมรับว่าอ่อนไหวมาก  เพราะข่าวนี้ก่อให้เกิดเสียงวิพากย์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม การเปรียบเทียบรูปคดี การพูดถึงเส้นสาย อิทธิพล และทุนนิยม ซึ่งด้านนี้เองที่จะส่งผลให้เกิด ปัจจัยลบกับแบรนด์มากที่สุด เพราะท้ายที่สุดเมื่อข่าวมาถึงจุดที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล(ซึ่งเป็นไปได้สูง) กระแสเช่นนี้ย่อมเป็นอันตรายต่อแบรนด์อย่างมาก ซึ่ง Red Bull ก็ต้องมีแผนรองรับ โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ที่กำลังเล่นกระแสนี้อย่างหนักหน่วง เกินกว่าจะควบคุมได้…ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปเชื่อได้เลยว่า Red Bull มีแผลแน่ๆ (แผลไม่ใหญ่ แต่อักเสบง่าย)

ด้านสุดท้าย เราจะใช้ธรรมะบทไหนช่วยแก้ไขปัญหานี้ ?  ธรรมะคงเป็นบทเดิม เพราะคอนเซปต์ของเราคือ มนุษย์ยังคงลุ่มหลง และหลงไหลในความเพลินทั้งหลาย ซึ่งเคสนี้ชัดมาก ในแง่ความหลงไหลในยศฐา บรรดาเงิน ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถช่วยตัวเองให้พ้นผิดจากสิ่งที่เกิดขึ้น ตราบเท่าที่มนุษย์ยังไม่สามารถควบคุมความเพลินนั้นได้ มนุษย์ก็จะตกอยู่ใต้อำนาจแห่งความเพลินนั้น ผลสุดท้ายคือ พัง